ดูดวงด้วย โหงวเฮ้ง 12 ภพ บนใบหน้า
 

 

โหงวเฮ้ง 12 ภพ เป็นวิชาที่ใช้หลักการจับพลังที่แฝงอยู่บนใบหน้า ซึ่งแบ่งเป็น 12 ราศี เกิดเป็นเรื่องราวต่างๆใน 12 ภพ

 ภพที่ 1 ตนุ ก็คือเจ้าตัว หรือเจ้าชะตา จุดนี้จะอยู่ที่หน้าผาก หมายถึงการกระทำใดๆ ที่เกิดคือมีพลังดีหรือไม่ดีอย่างไร มีสิ่งใดที่ซ่อนแฝงเข้ามาทำให้เกิดปัญหาอุปสรรค เช่น วิญญาณ เจ้ากรรมนายเวร เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะต้องแก้ไขอย่างไร หรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ไหน

  ภพที่ 2 กดุมภะ คือ การเงิน จะราบรื่นหรือมีอุปสรรคเช่น จะมีรายได้ มาจากทางไหน เช่นการลงทุน การเสี่ยงโชค ได้รับมรดก ได้จากญาติพี่น้อง พ่อแม่ หรือได้จากเพื่อน หรือได้มาจากการทำงานอย่างเดียว จะมีเรื่องเสียหายในการเงินหรือไม่ เช่นถูกขโมย ถูกหลอก ถูกโกง

  ภพที่ 3 สหัชชะ คือเพื่อน และการเดินทางใกล้ๆ จะมีปัญหากับเพื่อนหรือไม่ จะไว้ใจได้แค่ไหน พึ่งพาได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะต้องทะเลาะกันรุนแรง การเดินทางจะราบรื่น หรือมีปัญหาอุปสรรค จะเจออุบัติเหตุหรือไม่ จะแก้ไขได้อย่างไร

  ภพที่ 4 พันธุ คือพ่อ แม่ พี่น้อง และญาติ รวมถึงที่อยู่อาศัย การสัมผัสพลังในภพนี้ สามารถบอกได้ว่า ญาติพี่น้องแต่ละคน คนไหนดีคนไหนไม่ดี จะเกิดปัญหาอะไรกับคนเหล่านี้ จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง พลังที่สัมผัส อาจจะเจอพลังของวิญญาณ เจ้ากรรมนายเวร หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะแก้ไขอย่างไร

  ภพที่ 5 ปุตตะ คือ การลงทุน บุตร บริวาร การสัมผัสพลังของภพนี้ จะบอกได้ว่า การลงทุนในปีนั้นๆจะกำไร หรือขาดทุน ควรจะทำหรือไม่ ถ้าลงทุนไปแล้วจะแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้น บุตร บริวาร จะไว้ใจพึ่งพาได้แค่ไหน คนไหนส่งเสริม คนไหนทำให้มีปัญหา จะหาหนทางแก้ไขอย่างไร

  ภพที่ 6 อริ คือ ปัญหา อุปสรรค ศัตรู ขู่แข่ง อาจจะมาจาก แฟน หุ้นส่วน ญาติ พี่น้อง เพื่อน ผู้ร่วมงาน บุตร บริวาร พลังของภพนี้ มีทั้งดีและไม่ดี จะทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านพ้นเหตุการแย่ๆเหล่านั้นไปได้

  ภพที่ 7 ปัตนิคือ แฟน คู่ครอง คนรัก และหุ้นส่วน พลังในภพนี้จะบ่งบอกถึงเรื่องราวของความรัก ว่าจะเจอเมื่อไร จะได้แต่งงานเมื่อใด คนที่เจอนั้นเป็นอย่างไร ฐานะร่ำรวย หรือ พอมีพอกิน รูปร่างเป็นอย่างไร คนไทยหรือต่างชาติ จะเอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน เป็นคู่ทุกข์หรือคู่สุข ความรักในปีนี้จะราบรื่น แตกแยก หรือจากกันด้วยดี

 ภพที่ 8 มรณะ คือ ความสูญเสีย ความเสียหาย โรคภัย การจากไป โดยจะต้องไปสัมพันธ์กับภพอื่นๆ เพื่อให้เกิดเป็นเรื่องราว เช่นสัมพันธ์กับภพที่ 2 ถ้าเป็นเรื่องดี จะได้เงินจากมรดก การขายสิ่งของ ถ้าเป็นเรื่องเสีย จะมีเรื่องที่ทำให้เสียเงิน

  ภพที่ 9 ศุภะ คือ การเดินทางไกล ผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือ นั้นจะสนับสนุนคอยช่วยเหลือ หรือไม่ และพลังของภพนี้ยังสามารถไปสัมพันธ์กับภพอื่นๆได้อีก

  ภพที่ 10 กัมมะ คือการงาน จะราบรื่นหรือมีอุปสรรค เหมาะกับเราหรือไม่ ควรทำงานประเภทไหนดี จะทำธุรกิจส่วนตัวได้หรือไม่ หรือต้องเป็นลูกจ้างเขาถึงจะดี การเปลี่ยนแปลงโยกย้ายงานจะดีหรือไม่ เมื่อไรจาหางานทำได้ ควรแ้ไขอย่างไร

  ภพที่ 11 ลาภะ คือโชคลาภ สื่งที่ได้มาง่ายๆ โชคลาภในปีนี้จะเป็นเช่นไร การเสี่ยงโชคจะดีหรือไม่ โชคลาภจะมาจากทางไหน

  ภพที่ 12 วินาส คือ ความเสียหาย ความรุนแรง สิ่งที่ไม่คาดฝัน ซึ่งจะต้องไปสัมพันธ์กับภพต่างๆ เพื่อให้เกิดเรื่องราวขึ้นมา

  การผสมเรื่องราวของแต่ละภพทำให้รู้ว่าจะเกิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องอะไร เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ จะส่งเสริมหรือแก้ไขอย่างไร บางรายเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ เด็ก พ่อ แม่ ปู ย่า ตา ยาย ที่ยังมีความผูกพันธ์กัน ในทางที่ดีและไม่ดี บางรายเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อาจทำไม่ถูกต้องทำให้ติดปัญหาต่างๆนาๆ ไม่ราบรื่น

 ค่าพยากรณ์ 700 บาท ( เดือนมีนาคม ถึง มิถุนายน 2554 ลดพิเศษเหลือ 500 บาท )

ติดต่อนัดดูล่วงหน้าได้ที่ อ.พงศ์พีระ   081 834 9645

 

บทสัมภาษณ์

เคล็ดลับ "ดูหมอ"แม่นๆ รับประกันความชัวร์ 95%
เกริ่นเรื่อง: หมอดูแนะคนชอบดูดวงหากต้องการหมอดูแม่นๆต้องเลือกศาสตร์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เผยโหราศาสตร์แต่ละแขนงมีความแตกต่างกัน

horoscope2

หมอดูแนะคนชอบดูดวงหากต้องการหมอดูแม่นๆต้องเลือกศาสตร์ที่เหมาะสมกับตัวเอง เผยโหราศาสตร์แต่ละแขนงมีความแตกต่างกัน ระบุโหราศาสตร์ไทย จีน ยอดฮิตคนแห่ใช้บริการไม่ขาดสายเหตุเพราะดูครั้งเดียวสามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ขณะที่ไพ่ยิปซีเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูดวงในระยะสั้นๆ

วิชาโหราศาสตร์ เป็นวิชาที่ใช้ทำนายทายทักล่วงหน้าหรือดูอนาคตล่วงหน้า ปัจจุบันศาสตร์เหล่านี้มีอยู่มากมายหลายแขนง แต่ละแขนงก็มีความเหมือนและความต่าง ซึ่งผู้ที่ชอบหรือต้องการดูดวงต้องศึกษาและเลือกศาสตร์ที่คิดว่ามีความเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดจึงจะทำให้ศาสตร์เหล่านี้กลายเป็น 'เข็มทิศ'นำทางชีวิตได้

โหราศาสตร์ไทย แม่นไม่แม่นต้องดู "ตกฟาก"

วิชาโหราศาสตร์ของไทยตามหลักฐานที่มีอยู่พบว่าได้รับสืบทอดมาจากประเทศอินเดีย โดยเริ่มต้นศาสตร์นี้อย่างจริงจังเมื่อครั้งที่มีตั้งอาณาจักรสุโขทัย ตามหลักฐานพบว่าสมัยสุโขทัยมีตำแหน่ง "พระมหาราชครู" ซึ่งเป็นพราหมณาจารย์ และตั้งให้เป็นปุโรหิตประจำราชสำนักสืบต่อมาในสมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังคงมีพราหมณาจารย์ดำรงตำแหน่งพระมหาราชครู

อาจารย์บุศรินทร์ ปัทมาคม โหราจารย์ ผู้คร่ำหวอดในวงการมานานถึง 40 ปีบอกว่า วิชาโหราศาสตร์ไทยนั้นถือเป็นวิชาที่มีการสืบทอดกันมานานจนได้รับความเชื่อถือและสามารถนำมาประกอบสัมมาชีพได้ ซึ่งคนที่ต้องการไปหาหมอดูเพื่อทราบถึงอนาคตสามารถไปหาได้ทุกแขนงแต่สำหรับโหราศาสตร์ไทยนั้นจะมีความแตกต่างจากศาสตร์แขนงอื่นๆคือคนที่ดูนั้นจะสามารถ "ผูกดวง"และนำไปเป็นเข็มทิศนำทางของชีวิตได้ตลอดไป

แต่โหราศาสตร์ไทยจะทำนายได้แม่นยำและถูกต้องเกิน 95 % ผู้ที่ต้องการจะดูดวงต้องมีองค์ประกอบรวม 2 ประการคือ ต้องรู้วัน เดือน ปีเกิด ที่สำคัญและขาดไม่ได้คือ "เวลาตกฟาก" หากคนที่ต้องการดูหมอแล้วไม่รู้ทั้ง 2 ประการนี้ขอแนะนำให้ไปดูกับศาสตร์แขนงอื่นที่เขาไม่ได้ใช้องค์ประกอบเหล่านี้เพราะถ้าคนที่ไม่รู้สิ่งนี้แล้วไปดูก็จะเสียเวลา เสียเงินและจะไม่มีความแม่นยำเลย
"โหราศาสตร์ไทยมีเคล็ดลับที่ เวลาตกฟาก หากใครรู้เวลาตกฟากแม่นยำหรือแค่มีความใกล้เคียงรับรองว่าไปดูหมอคนไหนก็จะพบความแม่นยำแน่นอน"

โหรฉบับ "จีน"เน้นความละเอียด

นอกเหนือจากโหราศาสตร์ไทยแล้ว โหราศาสตร์จีนก็ถือเป็นอีกแขนงหนึ่งที่คนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมไปใช้บริการ ซึ่งโหราศาสตร์จีนถือเป็นวิชาที่ถือกำเนิดขึ้นมานานนับพันปี แม้จะยังหาต้นกำเนิดที่แน่ชัดไม่ได้ว่าใครเป็นผู้คิดค้นวิชานี้ แต่ความลึกลับแห่งศาสตร์นี้ก็ถูกบันทึกเอาไว้ในหนังสือโบราณ ซึ่งถือเป็นต้นแบบสำหรับการค้นคว้าศาสตร์นี้ก็คือ "ตำราของปรมาจารย์ จื่อเพ้ง"

สำหรับโหราศาสตร์จีนแตกต่างจากโหราศาสตร์แบบตะวันตก โดยได้แบ่งดวงชะตาออกเป็น 12 นักษัตร โดยมีสัญลักษณ์เป็นสัตว์ 12 ชนิด ได้แก่ ปีมะเมีย ปีมะแม ปีวอก ปีระกา ปีจอ ปีกุน ปีชวด ปีฉลู ปีขาล ปีเถาะ ปีมะโรง (มังกร) และปีมะเส็ง (งู) สัตว์แต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ปีแต่ละปีตามปฏิทินจะนับเป็นปีนักษัตรที่แตกต่างกันออกไป

 อาจารย์สมนึก ดังสิริทรัพย์เดชา นักโหราศาสตร์จีน อธิบายว่า โหราศาสตร์จีนมีความคล้ายคลึงกับโหราศาสตร์ไทยมากนั่นคือการที่คนจะเข้าไปดูจะต้องรู้ วัน เดือน ปี เกิดและเวลาตกฟากของตัวเองก่อน ส่วนที่แตกต่างจากโหราศาสตร์ไทยก็คือผู้ดูจะต้องระบุ เพศ และรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวญาติพี่น้อง เช่น หากมีฝาแผดก็ต้องบอกด้วยเพราะจะเพิ่มความแม่นยำให้กับผู้มาดูได้

สำหรับวิชาโหราศาสตร์จีนนั้นหากผู้มาดูมีรายละเอียดครบหมอดูก็จะสามารถดูได้อย่างแม่นยำและผู้ดูสามารถนำคำทำนายนั้นไปใช้เป็น "แผนที่ชีวิต"ได้ตลอดไปเพราะศาสตร์จีนจะเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละช่วงของชีวิตว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ยาก ดี มีจน อย่างไร ซึ่งหากทราบได้คนที่เชื่อก็สามารถนำไปเพื่อการวางแผนชีวิต และใช้ชีวิตได้อย่างไม่ประมาท

สำหรับผู้ที่ไม่มีวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟาก ก็สามารถดูโหราศาสตร์จีนได้แต่จะใช้วิธีการดู"โหงวเฮ้ง" แทนแต่การดูแบบนี้จะดูได้อย่างกว้างๆไม่มีความละเอียด ซึ่งจะทำให้ผู้ดูไม่สามารถรู้ได้ว่าช่วงชีวิตใดเป็นอย่างใด
"ผู้ที่สนใจจะมาดูดวงตามศาสตร์ของจีนหากอยากให้คุ้มค่ากับเงินและเวลาควรจะมีรายละเอียดต่างๆหากไม่มีผมก็อยากแนะนำให้ไปดูศาสตร์แขนงอื่นๆแทน เช่น หมอดูลายมือ หมอดูลายเท้า ทั้งนี้การเลือกหมอดูที่ดีควรจะมีการยืนยันว่าเขาดูแม่น " อาจารย์สมนึก ย้ำว่าคนที่ไปหาหมอดูจะต้องไปอย่างมีสติ พูดง่ายๆคือยิ่งทุกข์มาก ยิ่งไม่มีสติ นั่นหมายถึงผู้ดูจะสามารถถูกหลอกได้ตลอดเวลา

"ไพ่ยิปซี" ดูง่าย แต่แม่นยำ

ศาสตร์แห่งการทำนายอีกแขนงหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมกันมากที่สุดในรอบ 10 ปี คือไพ่ยิบซี ซึ่งศาสตร์นี้เป็นการดูดวงที่มีมาแต่โบราณกาลของชาวยิบซี นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากความแม่นยำ และความศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ไพ่ยิบซีจึงเป็นศาสตร์การดูดวงที่ได้รับความนิยมสูงสุดแบบหนึ่งในปัจจุบัน

อาจารย์สิขเรศ เอี่ยมประชา นักโหราศาสตร์ไพ่ยิปซีบอกว่า ไพ่ยิปซีหรือไพ่ทาโรต์ (Tarot) เป็นศาสตร์ในการพยากรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เหมาะกับคนที่มีจินตนาการ ชอบตีความหมายจากสัญลักษณ์รูปภาพ เราสามารถดูไพ่ยิปซีได้ด้วยตนเอง โดยการตั้งใจเลือกไพ่พร้อมกำหนดสิ่งที่ต้องการอยากจะรู้อยู่ในใจ เมื่อได้ไพ่ออกมาก็แปลตามความหมายไพ่หรือภาพที่เห็น ไพ่ที่เปิดออกมาย่อมสอดคล้องกับเรื่องของผู้ที่ตั้งใจเปิด แต่จะแปลความหมายได้ตรงมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ทักษะการตีความ ถ้ามีความเข้าใจความหมายของไพ่อย่างลึกซึ้งก็สามารถแปลไพ่ได้ตรงกับชีวิตตัวเอง
"เชื่อหรือไม่ว่าตัวเราเองนี่แหละที่จะดูได้ดีที่สุดเพราะเรารู้จักชีวิตเราดีที่สุด แต่บางครั้งหมอดูก็อาจจะช่วยชี้จุดที่เรามองข้ามไปได้ซึ่งไพ่ยิปซีจะสามารถดูดวงได้ตั้งแต่หนึ่งปีไล่เรื่อยลงมาจนถึงการดูดวงประจำวันได้ ถือว่าเป็นศาสตร์ที่มีความคล่องตัวสูงจึงเป็นที่นิยมของคนทั่วไป"

ในการทำนายชีวิตด้วยไพ่ยิปซีนั้นจะแม่นไม่แม่นนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "สมาธิ" ในการจดจ่อกับปัญหาที่ต้องการอยากรู้ เมื่อมีสมาธิคิดแต่เพียงเรื่องเดียว ไพ่ย่อมสะท้อนในเรื่องที่คิดออกมา แต่ถ้าจิตใจฟุ้งซ่านไม่จดจ่อไพ่ที่ออกมาก็จะสับสนตามเหตุสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น แต่เรื่องนี้ก็ไม่เสมอไปบางคนมีจิตใจหมกมุ่นเหนียวแน่น ไพ่อาจจะออกเป็นเรื่องที่อยากให้เป็นมากกว่าเรื่องที่จะเป็นจริงๆ

สำหรับหลายๆคนที่มาดูไพยิปซีมีความสงสัยว่าอายุของคำทำนายแต่ละครั้งนั้นจะครอบคลุมได้นานแค่ไหน คำตอบคืออยู่ที่ศิลปะการของการตั้งคำถามของแต่ละคน เพราะปกติแล้วไพ่จะสะท้อนเรื่องราวขณะนั้นออกมา เมื่อเวลาผ่านไปเหตุปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาแทรกแซงมากมาย คำพยากรณ์ที่ทำนายไว้ระยะยาวอาจจะเปลี่ยนแปลงได้

"ไพ่ยิปซีจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้น ๆ เป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เพราะถ้าถามเรื่องที่ไกลมากก็มีโอกาสจะเปลี่ยนแปลงสูง"อาจารย์สิขเรศระบุ

หมอดูแต่ละคนจะมีหลักในการดูแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน ดังนั้นคนที่ต้องการไปดูดวงจะต้องถามตัวเองก่อนว่าตัวเองเหมาะกับการดูดวงประเภท ขอให้คิดว่าในโลกนี้คนดวงดีตลอดปีตลอดชาติไม่มี แต่คุณจะทำอย่างไรให้ตัวเองมี "สติ"ในการรับปัญหาที่จะเข้ามา และอยู่กับปัญหานั้นอย่างมีความสุข ซึ่ง "ศาสตร์แห่งโหร"อาจจะเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่สามารถจะให้ความหวังและความสบายใจแก่คุณได้

ที่มา ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์

 


 

 
สงวนลิขสิทธิ์